36th Anniversary Celebration Thai-French Innovation Institute
ประวัติการก่อตั้งสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2533
HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn graciously paid a visit to the King Mongkut’s University of Technology North Bangkok to lay down the foundation stone of the Thai-French Innovation Institute on October 2, 1990.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอาคารศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส พร้อมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัยของบริษัทต่างๆของฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2535
On June 5, 1992, HRH the Princess presided over TFII’s official opening and visited the exhibition focused on modern machinery and a diverse range of equipment supported by French companies.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการทางวิชาการเทคโนโลยีไทยและฝรั่งเศส เนื่องในโอกาส 20 ปี แห่งการก่อตั้งสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส และทอดพระเนตรนิทรรศการ ผลงานทางวิชาการเมื่อที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2553
Once again on October 22, 2010, HRH the Princes graciously presided over the official opening and visited the exhibition showcasing academic and technological accomplishments hosted by Thai-French Innovation Institute on the 20th anniversary celebration of TFII founding.
ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส จากอดีตถึงปัจจุบัน
ศาสตราจารย์ ดร. ธีรวุฒิ บุณยโสภณ
ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส (คนแรกในปี พ.ศ.2533)
ศาสตราจารย์ ดร. ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี 4 สมัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (2544-2550)และ(2552-2559) และผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส คนแรกในปี พ.ศ.2533 โดยเป็นผู้ริเริ่ม และติดต่อประสานงานกับภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศส ในการก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส (ชื่อเดิมในครั้งนั้น) เมื่อปี พ.ศ 2532 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ในสมัยของ รศ. ดร. ชนะ กสิภาร์ ดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดีในสมัยนั้นเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน และวิจัยสำหรับสถานศึกษา และสถานประกอบการ
เมื่อปี พ.ศ. 2532 ในขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งคณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้ติดต่อกับภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศส และประสานงานกับคุณเฮเลน ฟาร์นี (Mrs.Helene Farny) ผู้บริหารของกลุ่มบริษัท L’ AIR LIQUIDE และสถานฑตู ฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เพื่อร่วมมือกันก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส (ชื่อเดิมในครั้งนั้น) เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนและวิจัยของคณาจารย์ และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยและใช้ประโยชน์สำหรับฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสาขาต่าง ๆ ให้กับวิศวกร ช่างเทคนิค และช่างฝึมือของสถานประกอบการไทยและฝรั่งเศส โดยในปี พ.ศ. 2533 (สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ซึ่งได้รับงบประมาณค่าก่อสร้างจากรัฐบาลไทยภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการศึกษา และต่อมาในปี พ.ศ. 2535 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาเปิดอาคารสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส และเยี่ยมชมนิทรรศการเทคโนโลยีทันสมัยของกลุ่มบริษัทฝรั่งเศสที่บริจาคให้กับประเทศไทยเป็นมูลค่าในสมัยน้นั 140 ล้านบาท จากวันนั้นจนถึงวันนี้ การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสถาบันแห่งนี้ได้กลายเป็น Center of Excellence ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีสาขาต่างๆ เช่น ระบบการผลิตอัตโนมัติ เทคโนโลยีการเชื่อม การกัดกร่อน ไฟฟ้าอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานทดแทน คอมพิวเตอร์เพื่องานอุตสาหกรรม และ CAD/CAM เทคโนโลยีไปสู่สถานศึกษาและอุตสาหกรรมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
ในนามของผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยไทย-ฝรั่งเศส คนแรก อธิการบดี และนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในปัจจุบัน ข้าพเจ้ามีความภาคภูมิใจในผลสำเร็จของโครงการความร่วมมือดังกล่าวเป็นอย่างมาก และขอขอบคุณมายังรัฐบาลฝรั่งเศส กลุ่มอุตสาหกรรมของประเทศฝรั่งเศส คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ศิษย์เก่าของมจพ. และผู้ประสานงานชาวฝรั่งเศส ได้แก่ Mr. Arnauld de Nadaillac Dr. Jean-Pierre Delsol และDr. Mickaël Chauvin ที่ได้ร่วมจัดตั้งสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส และและร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา และวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่มาตรฐานสากล ในปัจจุบัน
ผศ.ดร.พนาฤทธิ์ เศรษฐกุล
ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส (2539-2557)
ผศ.ดร.พนาฤทธิ์ เศรษฐกุล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ปี 2539-2557 และดำรงตำแหน่งคณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม และจบปริญญาเอกสาขา Electrical Engineering จาก Université de Lorraine ฝรั่งเศส ท่านได้กล่าวว่าเป็นความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศนี้ ซึ่งทั้งสองประเทศมีความแตกต่างกันในปัจจัยหลายๆด้าน (PESTEL) โดยเฉพาะในด้านสังคม/การศึกษา (Social/Education) และเทคโนโลยี (Technology)
ดังนั้นความสำเร็จของโครงการความร่วมมือนี้จึงเกิดขึ้นจากการลดช่องว่างของความแตกต่างเหล่านี้โดยสร้างความต่อเนื่องของกิจกรรมความร่วมมือโดยเริ่มตั้งแต่ 1. การพัฒนาบุคลากรผ่านการวิจัยระดับปริญญาเอก และหลังปริญญาเอกรวมทั้งการแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักวิจัย (Doctoral and Postdoctoral Research and Staff exchange) เช่นความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย UL ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 จนถึงปัจจุบัน 2. การสร้างกิจกรรมทางวิชาการร่วมกัน
เช่น การจัดตั้งศูนย์วิจัยพลังงานทดแทน (RERC) ในปี ค.ศ. 2006 และการเปิดหลักสูตรสองปริญญา (Dual degree program) สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงาน ในระดับปริญญาเอกร่วมกับมหาวิทยาลัย UL ในปีการศึกษา 2015 นี้ รวมทั้งการวิจัยและฝึกอบรมร่วมกับบริษัท IS, Schneider Thailand และ INS เป็นต้น และ 3. การสร้างผลงานและเผยแพร่ผลงานทางวิชาการร่วมกัน ซึ่งเป็นผลผลิตและผลลัพธ์ ที่เป็นรูปธรรม
แต่การขับเคลื่อนกระบวนการที่กล่าวมานั้นจะต้องได้รับความร่วมมือของบุคลากร นักวิชาการและนักวิจัยของทั้งสองฝ่ายที่เข้าใจแนวคิดของโครงการความร่วมมือ และยอมรับซึ่งกันและกัน ในการสร้างความร่วมมือที่จะบังเกิดผลแบบยั่งยืนได้
ผศ.ดร.วัฒนา แก้วมณี
ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส (2557-2566)
ผศ.ดร.วัฒนา แก้วมณี ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส (2557-2566) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผมได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ในหลาย ๆ บทบาทโดยเริ่มตั้งแต่การเป็นนักศึกษามาขอรับการบริการทางวิชาการ เป็นบุคลากรซึ่งได้รับทุนไปฝึกงานระยะสั้น ณ ประเทศฝรั่งเศส และศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกภายใต้โครงการความร่วมมือ เป็นวิทยากรฝึกอบรม เป็นนักวิจัยและหัวหน้าโครงการในโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส เป็นจำนวนมาก ทำให้ผมได้เห็นความทุ่มเทเสียสละของผู้บริหารและบุคลากรของสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ในทุกระดับซึ่งทำให้ผมอดไม่ไดเลยที่จะต้องกล่าวขอบคุณทุก ๆ ท่านในทุก ๆ โอกาสที่ผมสามารถทำได้ ในปีนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้มอบความไว้วางใจให้ผมเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการซึ่งแม้จะเป็นงานที่ท้าทายแต่ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าผมและบุคลากรของสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศสทุกๆ ท่านซึ่งมีศักยภาพในระดับสูงอยู่แล้วนั้นจะสามารถนำความเจริญงอกงามอย่างยั่งยืนมาสู่สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศสได้อย่างแน่นอน
ผศ.ดร.พรศักดิ์ ศรีสังสิทธิสันติ
ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส (2566-ปัจจุบัน)
ผศ.ดร.พรศักดิ์ ศรีสังสิทธิสันติ เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส วันที่ 26 สิงหาคม 2566 – ปัจจุบัน
สถาบันฯ ไทย-ฝรั่งเศส มุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีร่วมกับอุตสาหกรรมในประเทศและต่างประเทศ และพัฒนากำลังคนในภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษาของประเทศให้มีศักยภาพและมีขีดความสามารถในระดับสากล นอกจากนี้ยังได้รับการรับรองจากสถาบันการเชื่อมแห่งประเทศไทย(Welding Institute of Thailand, WIT) ให้มีสิทธิ์จัดฝึกอบรมในหลักสูตรสาขาวิศวกรรมงานเชื่อม ของสถาบันการเชื่อมสากล (International Institute of Welding, IIW) ซึ่งเป็นที่ยอมรับใน 70 ประเทศทั่วโลก อีกทั้ง สถาบันฯ ยังได้ส่งเสริมงานวิจัยด้านเทคโนโลยีเพื่อยับยั้งการกัดกร่อน โดยได้ร่วมมือกับกลุ่มบริษัทสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซชั้นนำของโลก เช่น PTTEP, TOTAL E&P Thailand อีกทั้งมีความร่วมมือกับบริษัท ชไนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในด้านระบบการผลิตอัตโนมัติ และเป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ให้บริการการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เป็นต้น ในด้านความร่วมมือกับประเทศฝรั่งเศส สถาบันฯ ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยพลังงานทดแทน (Renewable Energy Research Center, RERC) โดยร่วมมือกับ Université de Lorraine ประเทศฝรั่งเศส เพื่อศึกษาและพัฒนาการส่งจ่ายและการสะสมพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทางเลือกต่างๆ เช่น เซลล์เชื้อเพลิง พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมเข้าด้วยกัน
COE’s “ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ระบบควบคุมอัตโนมัติและพลังงานทดแทนสมัยใหม่” (TFII-Schneider Electric Center of Excellence)จัดตั้งขึ้นเมื่อวันนที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ด้วยความร่วมมือหลายหน่วยงานได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดย
สถาบันฯ ไทย-ฝรั่งเศส ร่วมกับ บริษัท ชไนเดอร์ อีเล็คทริค (ไทยแลนด์) จำกัด, มูลนิธิAsia Society for Social Improvement and Sustainabl Transformation (ASSIST) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เพื่อเป็นการพัฒนาและสร้างบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถและทักษะ การฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญให้กับครูผู้สอนและผู้สนใจเพื่อสร้างครูต้นแบบและพัฒนาบุคลากร
CoE-ECT “ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเคมีไฟฟ้าและเทคโนโลยีการกัดกร่อน” (Center of Excellence for Electrochemistry and Corrosion Technology) ได้รับการสนับสนุนทุนจัดตั้งจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปีงบประมาณ 2568-2569 เพื่อจัดหาเครื่องมือทดสอบขั้นสูงที่จำเป็นสำหรับการให้บริการทดสอบด้านเคมีไฟฟ้าและการป้องกันการกัดกร่อนให้กับภาคอุตสาหกรรม และเป็นศูนย์ทดสอบที่มีความพร้อมในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ศูนย์มีแผนจะพัฒนาห้องปฏิบัติการเพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ในปีนี้
สถาบันฯ ไทยฝรั่งเศส ครบรอบ 36 ปี(2569) ของการดำเนินงาน ถือเป็นโอกาสพิเศษที่สถาบันฯจะได้พัฒนาความเชี่ยวชาญและคุณภาพตามมาตรฐานบริการวิชาการแก่สังคม เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจด้วยคุณภาพระดับสากล (ISO 9001) และมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
กิจกรรมของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย กับ TFII
TFIC Executive Board เป็นคณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนจากภาครัฐบาล และภาคอุตสาหกรรม ของฝรั่งเศสและไทย โดยมีเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็น Co-chairman เพื่อให้คำแนะนำและกำกับการบริหารงานของสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการก่อตั้ง โดยมีการประชุมปีละหนึ่งครั้ง
H.E.Gerard COSTE (คนที่ 5 จากซ้ายไปขวาของแถวหน้า ) เป็นผู้ก่อตั้ง TFIC Executive Board และประชุมครั้งแรก ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2539 และร่วมเป็น Co-Chairman ถึงปี 2542
H.E.Christian PRETRE (คนที่ 6 จากซ้ายไปขวาของแถวหน้า) เป็น Co-chairman ของ TFIC Executive Board ระหว่างปี 2543-2545
H.E. Laurent AUBLIN (คนที่ 3 จากซ้ายไปขวาของแถวนั่ง) เป็น Co-chairman ของ TFIC Executive Board ระหว่างปี 2546-2548.
H.E. Laurent BILI (คนที่ 5 จากซ้ายไปขวาของแถวหน้า) เป็น Co-chairman ของ TFIC Executive Board ระหว่างปี 2550-2552
Dr.Moncef MEDDEB, Attach é for Scientific and University Affairs (คนที่ 4 จากซ้ายไปขวาของแถวนั่ง) เป็นตัวแทน H.E.Gildas Le LIDEC ปี 2554
การประชุมนานาชาติด้านวัสดุและพลังงาน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติด้านพลังงานและวัสดุ
กรุงเทพมหานคร – วันที่ 30 ตุลาคม 2567 – การประชุมนานาชาติด้านวัสดุและพลังงาน (ICOME2024) เปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ ณ AVANI Ratchada Bangkok Hotel โดยนับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานดังกล่าว สะท้อนบทบาทของประเทศในเวทีความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัยระดับนานาชาติ
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (KMUTNB) และ University of Lorraine ประเทศฝรั่งเศส โดยนอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานและวัสดุแล้ว ยังจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และครบรอบ 34 ปีของสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส
ในโอกาสนี้ ฯพณฯ มร. Jean-Claude Poimbœuf เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ได้กล่าวสุนทรพจน์ โดยเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส พร้อมระบุว่า “ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงสายสัมพันธ์อันเข้มแข็งที่เราได้ร่วมกันสร้างขึ้นระหว่างสองประเทศ บนพื้นฐานของความเข้าใจซึ่งกันและกันและเป้าหมายร่วมกัน”
ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสยังได้เชิญชวนผู้เข้าร่วมการประชุมให้ใช้โอกาสจากเวทีนานาชาติครั้งนี้ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกันพัฒนาแนวคิดหรือแนวทางใหม่ในการรับมือกับความท้าทายระดับโลกอย่างยั่งยืน
เมื่อวันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 เวลา 14.45 น. ศาสตราจารย์ ดร. สมฤกษ์ จันทรอัมพร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรศักดิ์ ศรีสังสิทธิสันติ ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารจากกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศฝรั่งเศส นำโดย Mr. Matthieu Peyraud ผู้อำนวยการด้านการทูตวัฒนธรรม การศึกษา วิทยาศาสตร์ และการศึกษาขั้นสูง และคณะผู้บริหารจากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย นำโดย Dr. Xavier Grosmaitre ผู้ช่วยทูตด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาขั้นสูง ในการเยือนสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส
ในการนี้ คณะผู้บริหารจากกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศฝรั่งเศส และคณะผู้บริหารจากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ได้เข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของฝ่ายวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี ศูนย์วิจัยพลังงานทดแทน (Renewable Energy Research Center : RERC) ฝ่ายเทคโนโลยีการกัดกร่อน และศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการ ด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์/ระบบควบคุมอัตโนมัติ และพลังงานทดแทนสมัยใหม่ (TFII-Schneider Electric Center of Excellence) โดยมีคณะผู้บริหารและบุคลากรจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นำเยี่ยมชมการดำเนินงาน
วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 ฯพณฯ Mr. Jean-Claude Poimbœuf เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิ่น อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นายมงคล ตั้งศิริวิช ประธานคลัสเตอร์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เมียนมาร์ และลาว ดร.ยศศิริ อาริยะกุล ผู้แทนมูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทยและลาว Mr. Arumugaraj Davitdurai Pandian ผู้อำนวยการ ASSIST ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ ผศ.ดร.พรศักดิ์ ศรีสังสิทธิสันติ ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ได้เข้าร่วมเปิดงานพิธีเปิดศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์/ระบบควบคุมอัตโนมัติ และพลังงานทดแทนสมัยใหม่ “TFII-Schneider Electric Center of Excellence” ที่ห้องประชุม Could 9 ชั้น 9 อาคารสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
ผู้เชี่ยวชาญฝรั่งเศสประจำสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส
Mrs. Helene Farny
Mrs. Helene Farny เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทในการก่อตั้งสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศสในระยะเริ่มต้น เมื่อปี 2532 Mrs. Helene Farny ดำรงตำแหน่ง International Director for Equipment Activities ของบริษัท AIR LIQUIDE GROUP ฝรั่งเศส เป็นที่ปรึกษาของ French Foreign Trade และเป็น Secretary General and Board Administrator ของ France DIDAC Association ได้มาจัดประชุมวิชาการ และแสดงนิทรรศการอุปกรณ์การสอนด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของฝรั่งเศสร่วมกับมหาวิทยาลัย และอุตสหกรรมของประเทศไทย
หลังจากเสร็จสิ้นงานดังกล่าว กลุ่มบริษัท AIR LIQUIDE กลุ่มบริษัท FRANCE DIDAC และสภาอุตสาหกรรมเครื่องกล (FIM) มอบให้ Mrs. Helene Farny เป็นผู้แทนมาสำรวจมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ที่มีความพร้อมในการถ่ายทอดเทคโนโลยีของประเทศฝรั่งเศส และได้มีมติเลือกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือมีความเหมาะสม เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมด้านบุคลากรและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมระดับสูง
Mr. Arnauld de Nadaillac
Mr. Arnauld de Nadaillac เป็นผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศสคนแรก ที่ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสมาประจำที่สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ระหว่าง 30 เมษายน พ.ศ. 2539 ถึง 31 สิงหาคม พ.ศ. 2544 เป็นผู้ริเริ่มและบุกเบิกโครงการใหม่ ๆ สร้างความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยฝรั่งเศส และอุตสาหกรรมฝรั่งเศส เพื่อสนับสนุนด้านวิชาการ งานวิจัยของ มจพ. พร้อมทั้งจัดฝึกอบรมให้กับภาครัฐและเอกชนทั้งในและนอกประเทศ โดยทำ MoU ร่วมกับ 1. Université de Lorraine ร่วมมือกับฝ่ายเทคโนโลยีไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ 2. INP Grenoble ร่วมมือกับฝ่ายระบบผลิตอัตโนมัติ 3. IS ร่วมมือกับฝ่ายเทคโนโลยีงานเชื่อม 4. Thainox Steel จัดตั้ง Corrosion Lab นอกจากนี้ริเริ่มโครงการความร่วมมือด้านอุดมศึกษาและวิจัยไทย-ฝรั่งเศส โครงการการอาชีวะศึกษาต่อเนื่องไทย-ฝรั่งเศส จัดอบรมร่วมกับ SEAMEO จัดหลักสูตรอบรมให้กับลาว กัมพูชา และเวียดนาม ฯลฯ ถือว่าเป็นการสร้างความร่วมมืออย่างยั่งยืนระหว่างไทยและฝรั่งเศส
Dr. Jean-Pierre Delsol
Dr. Jean-Pierre Delsol ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญชาวฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2544 – 1 ธันวาคม พ.ศ.2548 ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ได้แก่ 1. โครงการการจัดตั้งห้องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องมือวัดทางกลโดยร่วมมือกับหน่วยมาตรวิทยาของศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรกล (CETIM) ของประเทศฝรั่งเศส 2. ดำเนินโครงการ MDICP/ITB/Asia Link/SEAMEO/PFIEV 3. โครงการ Atmospheric/CR ร่วมกับ Thainox Steel 4. MoU กับ INP-Toulouse เพื่อพัฒนาอาจารย์ มจพ. ศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาต่างๆ ได้แก่ Agro-Industry, Information Technolgy and Corrosion 5. ฝ่ายเทคโนโลยีงานเชื่อม ได้รับการรับรองจากสถาบันการเชื่อมแห่ง ประเทศไทยในการจัดอบรมหลักสูตรงานเชื่อมสากล 6. ดำเนินการให้สถาบันการเชื่อมแห่งประเทศไทย (Welding Institute of Thailand, WIT) ได้เป็นสมาชิกของสถาบันการเชื่อมสากล (International Institute of Welding)
นอกจากนี้ Dr. Jean-Pierre Delsol ได้พัฒนาบุคลากรของสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส โดยการศึกษาดูงาน ฝึกอบรมและศึกษาต่อ ณ ประเทศฝรั่งเศส
Dr. Mickaël Chauvin
Dr. Mickaël Chauvin ดำรงแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญฝรั่งเศส ระหว่าง 2 ธันวาคม พ.ศ. 2548-31 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ได้พัฒนาต่อยอดโครงการจาก Phase I และ Phase II ให้มีความแข็งแกร่ง และยั่งยืนมากขึ้นโดยได้ดำเนินการ ได้แก่ 1. พัฒนาความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมฝรั่งเศส วาลีโอ/ชไนเดอร์/INS/IS และพัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการกับ Université de Lorraine และ ITT 2. ส่งเสริมทุนพัฒนาบุคลากรในระดับปริญญาเอก เช่น โครงการ ENSAM (Arts et métiers Paris Tech, Ecole Nationale Superieure d’Arts et Metiers) และ INP-Toulouse 3. สนับสนุนทุนทำวิจัยของนักวิจัย มจพ. ณ Université de Lorraine, INP Grenoble, INP-Toulouse และ ENSAM 4. โครงการ TFIC Excellence Scholarship Program กับสถานทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยเพื่อพัฒนาบุคลากร มจพ. ในระดับปริญญาเอก 5. ทุนพัฒนาบุคลากรของ TFII และ มจพ. ไปดูงาน ฝึกอบรม และทำวิจัยที่ GREEN, CETIM และ ITT 6. จัดงาน International Welding Congress จำนวน 2 ครั้ง (2006/2010) 7. โครงการฝึกอบรม GMS project ฯลฯ
รายชื่อคณาจารย์มจพ. ที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฝรั่งเศส
36 ปี สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส
1. ประวัติการก่อตั้งสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส
สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศสเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย และรัฐบาลฝรั่งเศส เพื่อเป็นหน่วยงานที่ช่วยสนับสนุนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในการพัฒนาเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับวงการอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งประเทศฝรั่งเศส จะได้รับผลตอบแทนในการลงทุนระยะยาวในด้านการเผยแพร่เทคโนโลยีสมัยใหม่สู่สถานศึกษาและสถานประกอบการในประเทศที่กำลังพัฒนา และเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือและความช่วยเหลือ ที่ผู้แทนของรัฐบาลทั้งสอง
ประเทศได้ลงนามในข้อตกลงไว้จำนวน 3 ฉบับ คือ
ฉบับที่ 1 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2534 ที่กรุงเทพฯ ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศฝรั่งเศส ตามโครงการให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาเศรษฐกิจแบบให้เปล่าต่อประเทศไทยโดยผ่านทางกรมวิเทศสหการ และ Credit National ของฝรั่งเศส
ฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ที่กรุงปารีสและเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2535 ที่กรุงเทพฯ ระหว่างผู้แทนของรัฐบาลทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นการลงนามในข้อตกลงการดำเนินงาน (Implementation Agreement)
ฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2534 ที่กรุงปารีสระหว่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือและสภาอุตสาหกรรมฝรั่งเศส เพื่อจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส
ในระยะ 3 ปีแรก รัฐบาลฝรั่งเศสโดยความร่วมมือของ L’AIR LIQUIDE Group, Federation of French Mechanical Industries และ France DIDAC จะให้การสนับสนุนโครงการนี้รวมเป็นมูลค่าประมาณ 140 ล้านบาท ประกอบด้วยเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ 3 กลุ่ม คือ Welding, Automation of Production
และ Simulation ในด้าน Energy Aeronautics Electronics และ Computers ให้กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือรวมทั้งให้ทุนดูงานแก่คณาจารย์ จำนวน 68 ทุน โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ 6 ทุน ทุนฝึกอบรมระยะสั้น 50 ทุน แยกเป็นสาขาเครื่องจักรกลระบบอัตโนมัติ 12 ทุน สาขาอุตสาหกรรมงานเชื่อมและทดสอบวัสดุ 18 ทุน สาขาไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ 20 ทุน ทุนดูงานสำหรับผู้บริหาร 12 ทุน ในข้อตกลงนี้รัฐบาลไทยจะต้องจัดสรรบุคลากรสนับสนุนโครงการ จัดสรรงบประมาณดำเนินการและจัดสรรเงินงบประมาณ 34 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารปฏิบัติการสูง 8 ชั้นมีพื้นที่ใช้สอย 3,200 ตารางเมตร โดยเรียกว่าอาคารศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส
สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ อาคารสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2533 และเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2535 ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารพร้อมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ของบริษัทต่างๆของฝรั่งเศส ที่รัฐบาลฝรั่งเศสมอบให้ตามโครงการความร่วมมือทางวิชาการ และเมื่อวันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดนิทรรศการทางวิชาการเทคโนโลยีไทยและฝรั่งเศส เนื่องในโอกาส 20 ปี แห่งการก่อตั้งสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส และทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานทางวิชาการ ณ สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2550 พระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2550 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 124 ตอนที่ 98ก และสภามหาวิทยาลัยได้มีประกาศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือว่าด้วยการจัดตั้งส่วนงานในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2551 วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 ข้อ 4 ให้มีการจัดตั้งคณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนัก ดังนั้น “ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส”จึงได้รับการจัดตั้งเป็นส่วนงานระดับคณะในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยมีชื่อว่า “สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส” และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 125 ตอนพิเศษ 68ง หน้า 21 เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2551
2. วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส
สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยไทย-ฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลฝรั่งเศส เพื่อให้บริการทางวิชาการ ได้แก่ การเรียนการสอน การวิจัย ฝึกอบรม ตรวจสอบทดสอบสอบเทียบ และให้คำปรึกษา โดยมีพันธกิจหลัก ดังนี้
1. เป็นศูนย์ฝึกปฏิบัติงาน และวิจัยด้านเทคโนโลยีชั้นสูงสำหรับนักศึกษา และอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
2. ฝึกอบรมช่างเทคนิค วิศวกร ครูช่างและนักศึกษาสถาบันอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนของประเทศและประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
3. ส่งเสริมในด้านเครื่องมือ และวิศวกรรมที่นำสมัย รวมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยการฝึกอบรม สาธิต หรือวิจัย
4.เป็นศูนย์ให้คำปรึกษาด้านเทคนิคให้กับภาคอุตสาหกรรม
3. หน่วยงานภาคเอกชนของประเทศฝรั่งเศสที่ให้การสนับสนุนโครงการ
รายชื่อบริษัทและหน่วยงานใน 3 กลุ่ม กล่าวคือ L’AIRLIQUIDE Group, Federation of French Mechanical Industries และ France DIDAC มีดังนี้
1. L’AIR LIQUIDE GROUP
2. INSTITUT DE SOUDURE
3. CETIM
4. MECAFORM
5. AFMA ROBOTS
6. LOG’IN
7. MULTISOFT ROBOTIQUE
8. NUM
9. REALMECA
10. SERETE
11. CORYS
12. EDF-GDF
13. F.I.A.S
14. MERLIN GERIN
15. MENTOR SCIENCES
16. ARDEMI
17. THOMSON CONSUMER ELECTRONICS
18. THOMSON CSF COOPERATION
19. TELEMECANIQUE ( Schneider Electric Ltd.)
4. โครงสร้างองค์กร
สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศสประกอบไปด้วยฝ่ายต่าง ๆ โดยแต่ละฝ่ายได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ และและผู้เชี่ยวชาญจากรัฐบาลฝรั่งเศส และกลุ่มอุตสาหกรรมของฝรั่งเศส ในระยะเริ่มแรกและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ดังรายละเอียดต่อไปนี้
4.1 ฝ่ายเทคโนโลยีงานเชื่อม
ฝ่ายเทคโนโลยีงานเชื่อม ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัท L’AIR LIQUIDE ในด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทุนฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยการจัดฝึกอบรมร่วมกับ Institut de Soudure เพื่อการผลิตวิศวกรการเชื่อม และนักเทคโนโลยีการเชื่อมให้กับภาคอุตสาหกรรมของไทย
ปี 2544 ฝ่ายเทคโนโลยีงานเชื่อม ได้รับการรับรองจากสถาบันการเชื่อมแห่งประเทศไทย (Welding Institute of Thailand,WIT) ให้มีสิทธิ์จัดฝึกอบรมในหลักสูตรสาขาวิศวกรรมงานเชื่อม ในระดับต่างๆ ตามข้อกำหนดของสถาบันการเชื่อมสากล (International Institute of Welding, IIW) ซึ่งมี 69 ประเทศทั่วโลกเป็นสมาชิก และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ได้แก่ หลักสูตรวิศวกรการเชื่อมสากลผู้เชี่ยวชาญการเชื่อมสากล ผู้ปฏิบัติการเชื่อมสากล ผู้ตรวจสอบงานเชื่อมสากล และช่างเชื่อมสากล นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย เช่น การตรวจสอบโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงโดยอ้างอิงตามมาตรฐาน ISO 9712 อีกทั้งยังมีงานบริการทดสอบตรวจสอบและสอบเทียบ งานบริการด้านการให้คำปรึกษาการจัดทำเอกสารรับรองระบบคุณภาพทางด้านงานเชื่อม
ปี 2552 ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท IS Industrie (Thailand) จำกัด ในการให้บริการด้านเทคโนโลยี เช่น การฝึกอบรม การตรวจสอบและทดลอบ รวมทั้งการทำวิจัย
4.2 ฝ่ายวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี
ฝ่ายวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย และบริษัทเอกชนต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ได้แก่ บริษัทเอกรัฐโซล่าเซลล์
และ Université de Lorraine โดยทำการวิจัยร่วมกับ Groupe de Recherche en Électrotechnique et Électronique de Nancy (Laboratoire GREEN) เพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัยพลังงานทดแทน (Renewable Energy Research Center, RERC) ซึ่งทำการวิจัยในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทนและการจัดการพลังงาน โดยมีผลงาน
วิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ในการประชุมวิชาการและตีพิมพ์ในวารสารวิชาการทั้งระดับชาติ และระดับนานาชาติ และยังเป็นห้องปฏิบัติการสำหรับการเรียนการสอนในหลักสูตรระดับปริญญาเอก สองปริญญา (Dual Degree Program) ในสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงาน (Electrical and Energy Engineering) ระหว่าง Université de
Lorraine กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ นอกจากนี้ยังบริการห้องปฏิบัติการสำหรับนักศึกษาที่สนใจทำวิจัยเกี่ยวกับพลังงานทดแทน เช่น พลังงานเซลล์เชื้อเพลิง พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และการบริหารจัดการพลังงานทดแทนด้วยอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานที่ทันสมัยอีกด้วย
4.3 ฝ่ายเทคโนโลยีการกัดกร่อน
ฝ่ายเทคโนโลยีการกัดกร่อน ได้รับความสนับสนุนจากกลุ่ม UGINE และบริษัท Thainox เป็นกลุ่มบริษัทผลิตเหล็กสเตนเลสรายใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส และประเทศไทย ในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ เพื่อพัฒนางานวิจัยสาขาการกัดกร่อนโดยวิธีเทคนิคเคมีไฟฟ้า และได้สนับสนุนทุนฝึกอบรมบุคลากร ทุนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยฝรั่งเศส ได้แก่ Institut National Polytechnique de Toulouse (INP Toulouse) และ Institut National Polytechnique de Grenoble (INP Grenoble)
ปี 2549 ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท TOTAL E&P Thailand เพื่อจัดตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบสารยับยั้งการกัดกร่อน (Inhibitor) ซึ่งเป็นแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อให้บริการการทดสอบสารยับยั้งการกัดกร่อนที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน และแก๊สธรรมชาติ และยังเป็นห้องปฏิบัติการที่สามารถรองรับการทำวิจัยขั้นสูงทางด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ฝ่ายเทคโนโลยีการกัดกร่อนยังมีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์และตรวจสอบปัญหาการกัดกร่อน โดยมีผลงานการให้คำปรึกษาและการฝึกอบรมแก่หน่วยงานภายนอกและภายในอย่างสม่ำเสมอ และลงนามความร่วมมือกับ Institute for TropicalTechnology (ITT) เวียดนาม ในการดำเนินการวิจัยร่วมกัน
4.4 ฝ่ายระบบการผลิตอัตโนมัติ
ฝ่ายระบบการผลิตอัตโนมัติได้รับการสนับสนุนจากบริษัท MULTISOFT ROBOTIQUE บริษัท Intelys และ บริษัท Schneider (Thailand) ในการจัดตั้งห้องปฏิการ พร้อมทั้งทุนฝึกอบรม และพัฒนาบุคลากร
ณ ปัจจุบันทางฝ่ายฯ มีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องและเข้มแข็งกับบริษัท ชไนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ Programmable Logic Controller (PLC) ห้องปฏิบัติการ CNC ห้องปฏิบัติการระบบการผลิตอัตโนมัติและการอนุรักษ์พลังงาน
4.5 ฝ่ายคอมพิวเตอร์เพื่องานอุตสาหกรรม
ก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนางานคอมพิวเตอร์เพื่องานอุตสาหกรรม มียุทธศาสตร์ด้านฝึกอบรม บูรณาการการเรียนการสอน วิจัยและให้คำปรึกษา
4.6 ฝ่ายเทคโนโลยีไฟฟ้าและพลังงาน
ให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้า และพลังงานแก่โรงงานอุตสาหกรรม แก้ปัญหาระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าต่างๆ ให้กับภาคอุตสาหกรรม
4.7 สำนักงานผู้อำนวยการ
มีหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของฝ่ายต่าง ๆ และการบริหารจัดการในส่วนกลาง ประกอบไปด้วย งานฝึกอบรมงานการเงินบัญชี งานวิเคราะห์นโยบายและแผน งานพัสดุ งาน
โสตทัศนศึกษา งานบุคคล งานสารบัญ และงานอาคาร
ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการ
1. ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเคมีไฟฟ้าและเทคโนโลยีการกัดกร่อน (Center of Excellence in Electrochemistry and Corrosion Technology (CoE-ECT))
ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเคมีไฟฟ้าและเทคโนโลยีการกัดกร่อน (Center of Excellence in Electrochemistry and Corrosion Technology: CoE-ECT) ภายใต้สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพของห้องปฏิบัติการทดสอบทางเคมีไฟฟ้าและการกัดกร่อนของประเทศให้ได้มาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาค โดยมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมพลังงาน ปิโตรเคมี บรรจุภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม และโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการพัฒนาห้องปฏิบัติการให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 การลงทุนด้านเครื่องมือวิทยาศาสตร์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ
ครุภัณฑ์ที่สำคัญของศูนย์ CoE-ECT ประกอบด้วยเครื่องวิเคราะห์ทางเคมีไฟฟ้าแบบหลายช่องสัญญาณ (Potentiostat /Galvanostat), เครื่องทดสอบการกัดกร่อนในสภาวะอุณหภูมิและแรงดันสูง, ระบบทดสอบสารยับยั้งการกัดกร่อนชนิดระเหย (VCI), เครื่องมือทดสอบการกัดกร่อนที่อุณหภูมิสูง, และระบบเสริมสำหรับการเตรียมและตรวจสอบตัวอย่างที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ASTM และ NACE ครุภัณฑ์เหล่านี้ช่วยเพิ่มศักยภาพในการวิเคราะห์เชิงลึกและการให้บริการแก่อุตสาหกรรมในรูปแบบที่สามารถแข่งขันกับห้องปฏิบัติการในต่างประเทศได้
ผลการดำเนินงานที่สำเร็จในปี พ.ศ. 2568 ได้แก่ วิธีการทดสอบทางเคมีไฟฟ้า 2 วิธีที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) จำนวน 2 ฉบับกับ Universiti Teknologi PETRONAS และ Universiti Teknologi MARA การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งนักศึกษาปริญญาตรี โท และเอก รวม 19 คน โครงการบริการทดสอบและวิจัยร่วมกับอุตสาหกรรม 18 บริษัท การจัดฝึกอบรมเผยแพร่ความรู้ 6 ครั้ง มีผู้เข้ารับการอบรมกว่า 282 คน และสร้างรายได้จากการให้บริการศูนย์จำนวน 6,635,300 บาท นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยที่มุ่งเน้นการพัฒนาวิธีการทดสอบเชิงลึกด้านการกัดกร่อน และตีพิมพ์เผยแพร่ในระดับนานาชาติ 6 ผลงาน
โดยสรุป ศูนย์ CoE-ECT จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นหน่วยงานทดสอบและวิจัยระดับภูมิภาค สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และตอบโจทย์การแก้ปัญหาการกัดกร่อนในเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจในระยะยาว
2. ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์/ระบบควบคุมอัตโนมัติ และพลังงานทดแทนสมัยใหม่ “TFII-Schneider Electric Center of Excellence”
“ศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการ ด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์/ระบบควบคุมอัตโนมัติและพลังงานทดแทนสมัยใหม่” (TFII-Schneider Electric Center of Excellence) เป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการที่ดำเนินงานร่วมกับบริษัท ชไนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด แห่งเดียวในประเทศไทย เกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และบริษัท ชไนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัดที่เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้วิศวกรจำนวนมากในการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนในอนาคตอันใกล้
TFII-Schneider Electric Center of Excellence จะเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส สำหรับใช้ในการพัฒนานักศึกษา คณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา สถาบันการอาชีวศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน และบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลิตกำลังคนให้มีความเชี่ยวชาญในระบบควบคุมอัตโนมัติในงานอุตสาหกรรม ระบบการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบบ้านอัจฉริยะ ระบบ SCADA และ IOT ตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
ในระยะแรกของการดำเนินงาน TFII-Schneider Electric Center of Excellence จะจัดฝึกอบรมให้กับคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และจะจัดฝึกอบรมหลักสูตรวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ให้กับวิทยาลัยเทคนิค และวิทยายาลัยการอาชีพ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 13 แห่งทั่วประเทศ เพื่อผลิตวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถในการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยให้กลับไปสอนและฝึกอบรมแก่นักศึกษาในวิทยาลัย ตามเป้าหมายของโครงการความส่งเสริมร่วมมือทางวิชาการที่ได้ดำเนินการไว้
พิธีเปิดตัวศูนย์ความเป็นเลิศฯ อย่างเป็นทางการ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้าสู่ความเป็นเลิศด้านอุตสาหกรรมของประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้ระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม นำโดยสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส และบริษัท ชไนเดอร์ อิเลคทริค (ประเทศไทย) มุ่งมั่นสร้างบุคลากรมืออาชีพรุ่นใหม่ ให้มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางที่จำเป็นต่อความสำเร็จในด้านระบบอัตโนมัติ พลังงานหมุนเวียน และระบบอัจฉริยะ โดยการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของทั้งนักศึกษาและคณาจารย์จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ศูนย์ความเป็นเลิศแห่งนี้จะเป็นเวทีเตรียมความพร้อมให้กับกำลังคนในอนาคต เพื่อรับมือกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในภูมิภาค
ระบบการบริหารงานและห้องปฏิบัติการทดสอบตาม มาตรฐานสากล แห่งแรกของ มจพ.
สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ได้เล็งเห็นความสำคัญในการให้บริการแก่ลูกค้าแบบมืออาชีพ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงได้นำระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001 มาใช้ในการบริหารงานและมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองความสามารถในการทดสอบตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ตลอดจนเป็นหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากสถาบันการเชื่อมสากล (IIW) ให้เป็นหน่วยฝึกอบรม (ATB) แห่งแรกของประเทศไทยภายใต้การกำกับดูแลของสถาบันการเชื่อมแห่งประเทศไทย (WIT) โดยดำเนินงานตามข้อกำหนดและมาตรฐาน ISO 17025
การดำเนินงานด้วยระบบบริหารงานคุณภาพ ISO9001:2015
สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างและพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางวิชาการแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำระบบคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001 มาใช้ในการบริหารงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 และได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001:2008 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 และในปัจจุบันสถาบันได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐานสากล ISO 9001 : 2015 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2021 โดยมีนโยบายคุณภาพ “เป็นผู้นำด้านการบริการวิชาการและงานวิจัยด้านเทคโนโลยีในระดับสากล”ซึ่งมีขอบเขตระบบบริหารงานคุณภาพครอบคลุมในกิจกรรมด้านต่างๆ กล่าวคือ การฝึกอบรม วิจัยและการบริการวิชาการให้บริการด้านการเรียนการสอน ให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาการตรวจสอบและทดสอบ การออกแบบและผลิต (Technical Training, Research and Academic Service, Teaching, Consultancy and Problem Solving, Inspection and Testing, Design and Production) อีกทั้งยังได้กำหนดระเบียบปฏิบัติเพื่อการดำเนินงานและรักษาระบบคุณภาพตลอดจนการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องทั้งองค์กร ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดของระบบบริหารคุณภาพสากล ISO 9001:2008 และตามข้อตกลงกับลูกค้าหรือผู้รับบริการ และเป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
การดำเนินงานของห้องปฏิบัติการทดสอบได้รับการรับรองตามมาตรฐาน มอก. 17025-2548 (ISO/IEC 17025 : 2005)
สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบตามมาตรฐานเลขที่ มอก.17025-2548 (ISO/IEC 17025 : 2005) ข้อกำหนดทั่วไปว่าด้วยความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ หมายเลขการรับรองเลขที่ทดสอบ 0374 จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 โดยได้การรับรองห้องปฏิบัติการทดสอบสาขาโยธาในส่วนการทดสอบส่วนผสมทางเคมีของวัสดุ ด้วยวิธีการทดสอบตามมาตรฐาน ASTM E415 : 2008
ผลการดำเนินงานในด้านต่างๆตามวัตถุประสงค์ของสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส
สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ได้ดำเนินกิจกรรมการให้บริการวิชาการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ โดยมีผลการดำเนินงานได้ดังต่อไปนี้
1. ด้านการเรียนการสอน
ได้มีนักศึกษามาใช้บริการห้องปฏิบัติการและห้องเรียน ของสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ในกิจกรรมการเรียนการสอนและเพื่อทำโครงงานพิเศษระดับปริญญาตรีได้แก่ ห้องปฏิบัติการฝ่ายระบบการผลิตอัตโนมัติ ห้องปฏิบัติการฝ่ายเทคโนโลยีการกัดกร่อน ห้องปฏิบัติการศูนย์วิจัยพลังงานทดแทน ฝ่ายวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ห้องปฏิบัติการศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์/ระบบควบคุมอัตโนมัติ และพลังงานทดแทนสมัยใหม่ “TFII-Schneider Electric Center of Excellence” ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เพื่องานอุตสาหกรรม ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีไฟฟ้าและพลังงาน ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีงานเชื่อม ห้องปฏิบัติการรวมถึงการทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ตั้งแต่ปี พ.ศ 2539-2569 ไม่ต่ำกว่า……………คน
2. ด้านงานวิจัย
สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย – ฝรั่งเศส ได้ให้บริการห้องปฏิบัติการฝ่ายเทคโนโลยีการกัดกร่อน ห้องปฏิบัติการศูนย์วิจัยพลังงานทดแทน โดยฝ่ายวิจัย พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ห้องปฏิบัติการฝ่ายระบบการผลิตอัตโนมัติ ในการทำวิจัย วิทยานิพนธ์ และปริญญานิพนธ์ ของนักศึกษา อาจารย์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2541-2569 ไม่ต่ำกว่า…….เรื่อง นอกจากนี้สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส มีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่ทั้งระดับชาติ และนานาชาติ ได้แก่ ในวารสารต่างประเทศ บทความในวารสารในประเทศ งานวิจัยนำเสนอในการประชุมวิชาการต่างประเทศ งานวิจัยนำเสนอในการประชุมวิชาการในประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2541-2569 ไม่ต่ำกว่า………..บทความ พอสรุปได้ดังนี้
2.1. ฝ่ายวิจัยพัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยศูนย์วิจัยพลังงานทดแทน
ศูนย์วิจัยพลังงานทดแทนได้จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2543 โดยเริ่มดำเนินการภายใต้โครงการความร่วมมือด้านอุดมศึกษาและวิจัยไทย-ฝรั่งเศส และในปี พ.ศ.2546 ได้เริ่มโครงการพัฒนาบุคลากรในการทำวิจัยทั้งในระดับปริญญาเอก และปริญญาโท และการแลกเปลี่ยนนักวิจัยทั้งไทยและฝรั่งเศส ที่ GREEN Lab (Groupe de Recherche en Électrotechnique et Électronique de Nancy) ในปี พ.ศ.2549 ได้ลงนามความร่วมมือกับ INPL (Institut National Polytechnique de Lorraine) ปัจจุบันคือ Université de Lorraine (UL) เพื่อดำเนินงานวิจัยร่วมกันและมีผลงานวิจัยเผยแพร่อย่างสม่ำเสมอ จนปี พ.ศ.2551 ได้รับการยอมรับให้เป็น Research Partner ของ Université de Lorraine และได้มีการพัฒนาความร่วมมือร่วมกันอย่างต่อเนื่องโดยการส่งอาจารย์และนักศึกษา เพื่อไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ทำวิจัย ที่ GREEN Lab ประเทศฝรั่งเศส
2.2. ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีการกัดกร่อน
ฝ่ายเทคโนโลยีการกัดกร่อนมีผลงานในด้านการให้บริการการเรียนการสอน การวิจัย การทดสอบ และการให้คำปรึกษา เพื่อแก้ปัญหาให้กับภาคอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศในสาขาต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เช่น
1. การทดสอบการกัดกร่อนในกระบวนการผลิตก๊าซและน้ำมัน ได้แก่ โครงการของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ TOTAL E&P
2. การศึกษาคุณสมบัติของแลกเกอร์ในกระป๋องอาหาร ได้แก่ โครงการวิจัยร่วมกับบริษัท รอแยลแคนอินดัสทรีย์ จำกัด บริษัท สวอน อินดัสทรีย์ ประเทศไทย จำกัด และบริษัท ไอซีไอ(ประเทศไทย) จำกัด
3. การศึกษาเทคโนโลยีการเคลือบผิว ได้แก่ โครงการร่วมกับ Thai Parkerizing Co. Ltd.
4. โครงการ High-Temperature Corrosion
5. Welding Metallurgy and Corrosion of Stainless Steels
7. โครงการความร่วมมือด้านอุดมศึกษาและวิจัยไทย-ฝรั่งเศส ร่วมกับ Institut National Polytechnique de Grenoble (INP Grenoble) ตั้งแต่ปี 2545-ปัจจุบัน
8. การศึกษาอายุของการเก็บรักษา (Shelf life) ของกระป๋องเหล็กเคลือบดีบุกฉาบแลคเกอร์สำหรับบรรจุข้าวโพดหวาน, หอยลาย และ Pet food โดยใช้เทคนิค Electrochemical Impedance Spectroscopy ร่วมกับบริษัท สวอนอินดัสทรี่ย์ (ประเทศไทย)
7. ความต้านทานการกัดกร่อนของกระป๋องอะลูมิเนียมเคลือบแล็กเกอร์ ร่วมกับบริษัท รอแยลแคนอินดัสทรีย์ จำกัด
ฝ่ายเทคโนโลยีการกัดกร่อนมีความร่วมมือในการดำเนินงานวิจัย และการพัฒนาวิชาการกับต่างประเทศ ได้แก่
1. Institut for Tropical Technology (ITT) ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
2. Institut National Polytechnique de Grenoble (INP Grenoble) ประเทศฝรั่งเศส
3. Institut National Polytechnique de Toulouse (INP Toulouse) ประเทศฝรั่งเศส
4. Visy Technical Center Australia
นอกจากนี้แล้วศูนย์วิจัยเทคโนโลยีการกัดกร่อนยังเป็นสถานที่ในการทำวิจัยและฝึกงานของนักศึกษาต่างประเทศและในประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น ประเทศฝรั่งเศส และเวียดนาม อีกทั้งการจัดสัมมนาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานด้านวิชาการการกัดกร่อนโดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศฝรั่งเศส (INP Grenoble) เวียดนาม (ITT) รวมทั้งได้จัดสัมมนาวิชาการเรื่อง Corrosion Protection and Asset Management โดยวิทยากรจากสหรัฐอเมริกา ให้แก่บุคลากรในภาครัฐและเอกชน จัดประชุมผู้เกี่ยวข้องด้าน corrosion เพื่อจัดตั้งสมาคมการกัดกร่อน ได้ร่วมกับบริษัท Outokompu Stainless AB ประเทศสวีเดน, Avesa Research Centre จัดสัมมนาเรื่อง Practical Guide
For Stainless Steel Special Grades and Welding Practice” และดำเนินงานโครงการสมองไหลกลับ (Reverse braindrain) โดยได้รับงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการกรอุดมศึกษา
3. งานบริการวิชาการด้านการฝึกอบรม
4. งานบริการวิชาการด้านการทดสอบและตรวจสอบ
สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ได้ให้บริการวิชาการด้านการทดสอบและสอบเทียบซึ่งมีห้องปฏิบัติการดำเนินการทดสอบและสอบเทียบ ได้แก่
4.1. ฝ่ายเทคโนโลยีงานเชื่อม ได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบตามมาตรฐาน มอก. 17025-2548 (ISO/IEC 17025 : 2005) ข้อกำหนดทั่วไปว่าด้วยความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบหมายเลขการรับรองเลขที่ทดสอบ0374 จากสำนักงานมาตรฐาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับการทดสอบส่วนผสมทางเคมีและยังให้บริการทดสอบตรวจสอบสมบัติของวัสดุและการตรวจสอบงานเชื่อม
4.2. ฝ่ายเทคโนโลยีการกัดกร่อนมีผลงานในด้าน การทดสอบ และการให้คำปรึกษา เพื่อแก้ปัญหาให้กับภาคอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศในสาขาต่างๆ เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นโครงการของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ TOTAL E&P โครงการวิจัยร่วมกับบริษัท รอแยลแคนอินดัสทรีย์ จำกัด บริษัท สวอน อินดัสทรีย์ ประเทศไทย จำกัด และบริษัท ไอซีไอ (ประเทศไทย) จำกัดโครงการร่วมกับ Thai Parkerizing Co. Ltd.โครงการความร่วมมือด้านอุดมศึกษาและวิจัยไทย-ฝรั่งเศส ร่วมกับ Institut National Polytechnique de Grenoble (INP Grenoble) เป็นต้น
5. งานบริการวิชาการด้านการให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาให้กับภาคอุตสาหกรรม
6. ผลการดำเนินโครงการต่างๆของสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส
7. ความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ
8. บทสรุป
ตลอดระยะเวลา 36 ปี สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส นอกจากการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของโครงการความร่วมมือที่ได้กำหนดไว้แล้ว สถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศสยังได้สร้างรูปแบบความร่วมมือทางวิชาการในรูปแบบใหม่กับ Université de Lorraine ประเทศฝรั่งเศส โดยได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์วิจัยพลังงานทดแทน (Renewable Energy Research Center-RERC) ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยแบบความร่วมมือระหว่างประเทศกับกลุ่มวิจัย GREEN โดยนักวิจัยทั้งสองฝ่ายร่วมกันกำหนดทิศทางและเป้าหมายการทำวิจัย ตลอดจนการตีพิมพ์และ เผยแพร่ผลงานวิจัย โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการศึกษาทั้งสองฝ่าย รวมทั้งสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยในด้านการแลกเปลี่ยนนักวิจัยอย่างต่อเนื่องทุกปี และในปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือโดยคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมได้ร่วมมือกับ Université de Lorraine พัฒนาหลักสูตรสองปริญญาในระดับปริญญาเอกในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงาน โดยที่ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาจากทั้งสองมหาวิทยาลัย พร้อมกันจากผลลัพธ์ที่ได้จากความร่วมมือมาอย่างต่อเนื่องของความร่วมมือกับ Université de Lorraineนี้ทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือได้รับการยอมรับเพิ่มมากขึ้นในระดับนานาชาติ
การจัดตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบสารยับยั้งการกัดกร่อน (Inhibitor Testing) โดยการสนับสนุนจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ TOTAL E&P Thailand ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการชั้นนำของประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นความสำเร็จที่มาจากความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยของสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส
และที่สำคัญยิ่งคือการได้รับการรับรองจากสถาบันการเชื่อมแห่งประเทศไทย (WIT) ซึ่งเป็นสมาชิกของสถาบันการเชื่อมสากล (IIW) ให้เป็นหน่วยงานแรกและหน่วยงานเดียวของประเทศไทยที่ได้รับสิทธิ์ในการจัดฝึกอบรมหลักสูตรทางด้านงานเชื่อมสากล ทุกหลักสูตรของสถาบันการเชื่อมสากลให้กับบุคลากรทางด้านงานเชื่อมทั้งในภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ให้ได้รับการรับรองความรู้ความสามารถในระดับสากลเป็นแห่งเดียวในประเทศไทย
นอกจากการให้บริการวิชาการแก่คณาจารย์และนักศึกษาแล้วสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ยังเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดความรู้ในด้านเทคโนโลยีชั้นสูง โดยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ จากสถาบันการศึกษาและบริษัทชั้นนำของประเทศฝรั่งเศส เช่น UL, INP Grenoble บริษัท ชไนเดอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด สถาบันการเชื่อมฝรั่งเศส บริษัท TOTAL บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เป็นต้น ให้แก่ภาคภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และวิทยาลัยเทคนิคใน
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นต้น
ผลการดำเนินงานทั้งมวลที่กล่าวมานั้นเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยที่ได้มีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมายาวนานถึง 25 ปี ควรค่าแก่การจดจำรำลึกและบันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติ เพื่อเน้นย้ำให้มุ่งมั่นสรรสร้างพัฒนาภารกิจหลักทั้งหลายให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ตามพันธกิจ และเพื่อสนับสนุนมหาวิทยาลัยไปสู่เป้าหมายการเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ต่อไป




